โบรกฯเชียร์ ซื้อ SPALI เล็งกำไรปีนี้ทำนิวไฮ-ได้แรงผลักดันจากผลงาน Q4/64

  • 0 Replies
  • 20 Views
โบรกเกอร์ต่างเชียร์ "ซื้อ" หุ้น บมจ.ศุภาลัย (SPALI) เล็งผลดำเนินงานไตรมาส 4/64 ดีสุดของปีนี้ โดยเฉพาะยอดโอนคาดเติบโตพุ่งหลังลูกค้ากลับมาทยอยโอนอีกครั้ง โดยมีโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ที่สร้างเสร็จไตรมาส 3/64 เริ่มโอนเข้ามามากขึ้น และยังมีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จไตรมาส 2/64 ทยอยโอนเข้ามาอีก รวมกับการเปิดขายโครงการแนวราบที่สามารถโอนเข้ามาได้ทันที หนุนยอดโอนของบริษัท และภาพรวมกำไรปี 64 คาดว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ (New high) ได้

สำหรับยอดขายเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ หลังจากบริษัทกลับมาเปิดโครงการใหม่ โดยเฉพาะแนวราบในไตรมาส 4/64 อีกทั้งการเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ก่อนหน้านี้ 1 โครงการย่านราชวัตรทำยอดขายได้ดี และเตรียมเปิดคอนโดมิเนียมใหม่อีก 1 โครงการกลางเดือน ธ.ค.นี้ ทำให้ยอดขายไตรมาส 4/64 จะเห็นการเติบโตขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน

หุ้น SPALI ปิดเที่ยงที่ 22.20 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ดัชนี SET ปิดบวก 0.27%

          ยูโอบี เคย์เฮียน                 ซื้อ                           28.50
          เคทีบีเอสที                     ซื้อ                           28.00
          ไทยพาณิชย์                     ซื้อ                           27.00
          เอเซีย พลัส                    ซื้อ                           26.90
          ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี                ซื้อ                           26.75
          ดีบีเอส วิคเคอร์ส                ซื้อ                           26.70
          บัวหลวง                       ซื้อ                           25.00
          กสิกรไทย                      ซื้อ                           24.60
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ SPALI จะแข็งแกร่งขึ้น จากโครงการใหม่จำนวนมากที่โอนกระจุกตัว โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมใหม่สร้างเสร็จ 3 โครงการในช่วงที่ผ่านมาของปีนี้ยังมีการโอนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทยังเดินหน้าเปิดโครงการแนวราบใหม่ที่สามารถรับรู้รายได้เข้ามาได้อย่างรวดเร็ว

ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐฯ ทั้งการลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองเหลือ 0.01% และการผ่อนคลายมารตการ LTV ซึ่งทำให้การซื้อที่อยู่อาศัยของลูกค้ามีแนวโน้มฟื้นกลับมา หนุนต่อการโอนและการขายที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่ของบริษัท และทำให้คาดว่ากำไรในปี 64 ของ SPALI จะแตะจุดสูงสุดใหม่ได้ราว 6 พันล้านบาท

ด้านนางสาวนวลพรรณ น้อยรัชชุกร ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส คาดว่า แนวโน้มยอดโอนของ SPALI ในช่วงไตรมาส 4/64 จะทำได้ในระดับสูงกว่า 9 พันล้านบาท ซึ่งเป็นยอดโอนที่สูงสุดของปี 64 โดยมาจากคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ในช่วงไตรมาส 3/64 จำนวน 1 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ คือ ศุภาลัย เวอเรนด้า สถานีภาษีเจริญ มียอดขายแล้วกว่า 80% และอีก 2 โครงการใหม่ในช่วงไตรมาส 2/64 ที่ยังโอนเข้ามาในช่วงไตรมาส 4/64 บางส่วน

ขณะเดียวกัน ยังมีการโอนโครงการแนวราบใหม่ที่เปิดขายในช่วงปลายไตรมาส 3/64 และไตรมาส 4/64 เข้ามาช่วยหนุนยอดโอนช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ทำให้ช่วยหนุนกำไรในปีนี้คาดว่าจะทำ New high 6 พันล้านบาท และด้านยอดขายยังสามารถทำได้ดี โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่เปิดใหม่ อย่าง ศุภาลัย พรีเมียร์ ราชวัตร มูลค่า 1.5 พันล้านบาท สามารถทำยอดขายได้กว่า 70% อีกทั้งเตรียมเปิดคอนโดมิเนียมใหม่อีก 1 โครงการกลางเดือน ธ.ค.64 คาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ดีด้วยเช่นกัน

สำหรับนายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง มองว่า SPALI แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ โดยเฉพาะยอดโอนที่คาดว่าจะมีความโดดเด่นมาก จากการโอนโครงการที่สร้างเสร็จใหม่เข้ามามาก โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จช่วงไตรมาส 3/64 จำนวน 1 โครงการ และโครงการที่สร้างเสร็จในช่วงไตรมาส 2/64 อีก 2 โครงการยังมีการโอนเข้ามาในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้อย่างต่อเนื่อง ช่วยหนุนให้กำไรในช่วงไตรมาส 4/64 เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ และทำให้กำไรในปี 64 ทำได้ที่ 6.2 พันล้านบาท เป็น New high ใหม่ของบริษัท

ขณะที่ยอดขายมีการฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 4/64 จากการกลับมาเดินหน้าเปิดโครงการใหม่อีกครั้ง ทั้งโครงการแนวราบ และคอนโดมิเนียม ซึ่งบริษัทยีงมีการเดินหน้าเปิดโครงการแนวราบทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับคอนโดมิเนียมได้มีการเปิดใหม่ไปแล้ว 1 โครงการ บนทำเลราชวัตร ซึ่งสามารถสร้างยอดขายได้ดี และจะมีการเปิดคอนโดมิเนียมอีก 1 โครงการ ในช่วงกลางเดือนธ.ค. 64 ทำให้มีปัจจัยการฟื้นตัวของยอดขาย ซึ่งคาดว่าจะเห็นการกลับมาเป็นบวกของยอดขายได้ 15-20% จากไตรมาส 3/64 และราว 5-10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน