Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Naprapats

Pages: [1] 2 3 ... 25
1
“สันติ” เผย คลังมีหน้าจัดหาเงินให้หน่วยงานตามคำขอ ยัน “คลังถังไม่แตก” พร้อมเร่งหน่วยงานที่ใช้เงินตาม ม.28 ปิดโครงการและคืนงบ ขณะที่การก่อหนี้ภายใต้ ม.28 เหลือช่องให้รัฐก่อหนี้ได้อีกไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวที่รัฐบาลประสบปัญหาเรื่องการจัดหางบประมาณ ไม่สามารถนำเงินมาจ่ายชดเชยส่วนต่างโครงการประกันรายได้ข้าวเปลือกให้กับชาวนาได้ และได้มีการติดค้างกับชาวนามาแล้ว 4 งวดตั้งแต่งวดที่ 3-6 นั้น โดยยืนยันคลังมีหน้าที่ในการจัดหางบประมาณให้หน่วยงานตามคำขอ และคลังมีหน้าที่ในการหารายได้ ซึ่งขณะนี้ยังมีเงินอยู่เยอะ และคลังไม่เคยถังแตกอย่างที่เป็นข่าว

 

“คลังมีหน้าที่จัดหางบประมาณให้ตามคำขออยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไร หากใครมีโครงการขอมาก็พร้อมจัดหางบให้ ขอมาเมื่อไหร่ก็ให้ ซึ่งตอนนี้ก็มีเงินเหลืออยู่เยอะแยะ คลังไม่เคยถังแตกอย่างที่เป็นข่าว” นายสันติ กล่าว

สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 
สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง



นายสันติ กล่าวด้วยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างติดตามการใช้จ่ายโครงการ ที่ได้รับงบตามระเบียบ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 28 ไปแล้วอยู่ ซึ่งกำชับให้หน่วยงานเร่งปิดโครงการ และรายงานตัวเลขการใช้จ่ายกลับมา เพื่อดูว่าจะมีเงินคงเหลือแท้จริงเท่าไร เพื่อนำมาจัดสรรให้กับโครงการที่รอใช้เงินอยู่


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า สำหรับตัวเลขการก่อหนี้โดยให้หน่วยงานของรัฐ ดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการแทน ตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 28 ล่าสุด หลัง ครม.อนุมัติให้ชดเชยการปล่อยกู้ในมาตรการสินเชื่อสร้างงานสร้างอาชีพของธนาคารออมสินเป็นเงิน 1,500 ล้านบาทนั้น จะทำให้ภาระที่รัฐบาลที่ต้องรับชดเชยคงค้างเพิ่มขึ้นเป็น 911,263 ล้านบาท หรือคิดเป็น 29.40% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 65 ซึ่งใกล้เต็มกรอบวินัยการเงินการคลัง ตาม มาตรา 28 ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 30% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือ 930,000 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้รัฐบาลเหลือช่องว่างให้ก่อหนี้ได้อีกเพียง 0.6% หรือไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท

2

คปภ. สั่ง “อาคเนย์” จ่ายเคลม "น้องหญิง" นศ.ถูกเบนซ์ชนเสียชีวิต 2.5 ล้านบาท พร้อมดำเนินคดีบริษัทข้อหาประวิงจ่ายสินไหม โทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 20,000 บาท จนกว่าจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วเสร็จ

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 พ่อแม่ของน้องหญิงผู้เสียชีวิตขับขี่รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถเบนซ์ของคู่กรณี ได้ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทประกันภัยผู้รับประกันภัยรถเบนซ์ของคู่กรณี ทั้งที่มีคำพิพากษาในคดีอาญาถึงที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564

 

โดยมีคำพิพากษาให้ผู้ขับขี่รถเบนซ์เป็นผู้ประมาทแต่ฝ่ายเดียว และตามความเห็นของสำนักงาน คปภ. จังหวัดนนทบุรี ให้บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)  500,000 บาท และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) จำนวน 2 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2.5 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ถนนสายบุรีรัมย์-สุรินทร์ ตำบลสองชั้น อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ นั้น



ทั้งนี้สำนักงาน คปภ. จังหวัดนนทบุรี ได้เร่งดำเนินการและแจ้งความเห็นให้บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทของผู้เสียชีวิตตามกรมธรรม์ประกันภัย ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแล้ว

 

แต่บริษัทแจ้งใช้สิทธิโต้แย้งความเห็นว่า กรณีพิพาทน่าจะประมาทร่วมทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม ต่อมาเมื่อมีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง และสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ได้รับเรื่องเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของทายาทของผู้เสียชีวิต จึงได้เรียกบริษัทชี้แจ้งข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 พร้อมให้ส่งเอกสารหลักฐาน

 

และเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 สำนักงาน คปภ. จังหวัดนนทบุรี ได้รายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ว่าได้ประสานไปยังบริษัทเพื่อให้พิจารณาทบทวนจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทผู้เสียชีวิตโดยเร่งด่วนอีกครั้งแล้ว บริษัทยังไม่แจ้งผลการพิจารณากลับมา


เมื่อบริษัทยังคงโต้แย้งว่า รถยนต์คันเอาประกันภัยมิได้ประมาท ซึ่งขัดแย้งกับผลของคำพิพากษาในคดีอาญาถึงที่สุดแล้วข้างต้น หรือปฏิเสธไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย

 

หากบริษัทยังปฏิเสธไม่จ่ายเคลมดังกล่าวการกระทำของบริษัทเข้าข่ายเป็นความผิดฐานประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งมีบทลงโทษตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ถือว่าเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือประวิงการคืนเบี้ยประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2549 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 20,000 บาท จนกว่าบริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วเสร็จ โดยสำนักงาน คปภ. จะได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา และนำเรื่องเสนอเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการเปรียบเทียบ ซึ่งจะมีการประชุมพิจารณาเรื่องนี้โดยเร็ว

 

3
ราคาทองวันนี้ สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาขายประจำวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 (ครั้งที่ 1) เพิ่มขึ้น 50 บาท ทองคำแท่งขายออก 28,250 บ. ทองคำรูปพรรณขายออก 28,750 บาท

ราคาทองวันนี้ สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาขายประจำวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 (ครั้งที่ 1) เมื่อเวลา 09.28 น. เพิ่มขึ้น 50  บาท

ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 28,150.00 บาท ขายออกบาทละ 28,250.00 บาท
ทองคำรูปพรรณรับซื้อบาทละ 27,636.68  บาท ขายออกบาทละ 28,750.00 บาท
ราคาทองต่างประเทศอยู่ระดับ 1,793.50ดอลลาร์/ออนซ์  ณ อัตราแลกเปลี่ยนล่าสุดอยู่ที่ 33.25 บาท/ดอลลาร์

 



ราคาทอง ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาขาย 8 ครั้ง ราคาลดลง 550 บาท โดยเมื่อเวลา 16.43 น. 

ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 28,100 บาท ขายออกบาทละ 28,200.00 บาท
ทองคำรูปพรรณรับซื้อบาทละ 27,591.20 ขายออกบาทละ 28,700.00 บาท
ราคาทองต่างประเทศอยู่ที่ 1,797.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ณ อัตราแลกเปลี่ยนล่าสุดที่ 33.10 บาท/ดอลลาร์

4
Balance T Spray (บาลานซ์ทีสเปรย์)  สเปรย์ ผู้ชาย 

สารสกัดจากธรรมชาติ ปลอดภัย จดทะเบียน อย. ในชื่อ BALANCE SPRAY 
เลขจดแจ้ง 13-1-63000-5-2715
Organic Aloe Vera 
Ginseng
Ginger 
Organic Glycerin
Menthol
Zinc 
Organic Hyaluronic Acid 
Balance T Spray (บาลานซ์ทีสเปรย์) 
5 ml. 450 บาท
รายละเอียดเพิ่มเติม > BALANCE T SPRAY
เว็บไซต์ BALANCE ของแท้จากบริษัทโดยตรง

5

หุ้น DTAC และ TRUE ราคาพุ่งขึ้น โดยเมื่อเวลา 9.58 น. หุ้น DTAC ราคาพุ่งขึ้น 10.30% มาอยู่ที่ 45.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.25 บาท มูลค่าซื้อขาย 266.16 ล้านบาท

ขณะที่หุ้น TRUE พุ่ง 11.11% มาอยู่ที่ 4.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.48 บาท มูลค่าซื้อขาย 584.17 ล้านบาท

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯมีโอกาสเห็นการ"เก็งกำไร"หุ้น บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) และ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ขึ้นไปเกิน 5.09 และ 47.79 บาท หลังบอร์ด TRUE, DTAC อนุมัติศึกษาควบรวม และรับทราบการทำคำเสนอซื้อโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข ซึ่งจะมีผลให้เกิดการตรสจสอบกิจการ (Due diligence) ของทั้งคู่ โดยมีการกำหนอัตราแลกเป็นหุ้นบริษัทใหม่ที่ 1 TRUE: 2.40072 MergeCo และ 1 DTAC: 24.53775 MergeCo ซึ่งจะส่งผลให้ส่วนได้เสียของบริษัทใหม่มาจาก TRUE 57.94% และ DTAC 42.06% (ใกล้เคียงกับขนาดของทั้งคู่ เทียบจากราคาปิดวันศุกร์ที่ 59.61% และ 40.39%)

นอกจากนี้ ปัจจัยบวกที่อาจผลักดันราคามาจาก Citrine (บริษัทร่วมทุนระหลายรูปหว่าง CP Holding และ Telenor Asia) ประกาศจะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ TRUE และ DTAC ที่ราคา 5.09 และ 47.76 บาท ซึ่งประเมินส่วนนี้เป็นการเปิดช่องให้ Strategic partner เดิม หรือผู้ถือหุ้นที่อาจค้านการควบรวม (อาทิ China Mobile, บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ, ประกันสังคม) ได้มีช่องทางในการ Exit

ขณะที่ในเชิงเก็งกำไร ราคาเสนอซื้อ (Tender offer price) ดังกล่าว อาจทำหน้าที่เป็นราคาพื้น (Floor price) ในการเก็งกำไรถึงมูลค่าของบริษัทที่ควบรวม (MergeCo) ที่ยังคงต่ำกว่า Market cap ของ AIS อยู่ราว 140%

ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) และกลุ่มเทเลนอร์ ประกาศการพิจารณาสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) โดยการสนับสนุนให้ TRUE และ DTAC ตั้งเป้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี (Technology Company) ภายใต้ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีฮับ พร้อมเสริมธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ การสร้างดิจิทัลอีโคซิสเต็ม และกองทุนสตาร์ทอัพ เพื่อสอดรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีระดับภูมิภาค

ในระหว่างการศึกษาและพิจารณาการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ธุรกิจของทรู และดีแทค จะยังคงดำเนินไปตามปกติของแต่ละบริษัท ในขณะที่เครือซีพี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของทรู และกลุ่มเทเลนอร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของดีแทค ตั้งเป้าที่จะหาข้อสรุปในรายละเอียดของความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) ซึ่งจะส่งผลให้ เครือซีพีและกลุ่มเทเลนอร์ ถือหุ้นเท่าเทียมกันในบริษัทใหม่ที่จะร่วมกันสร้างขึ้น

นอกจากนี้ ทรูและดีแทค จะดำเนินการตามเงื่อนไขต่าง ๆ ทั้งการตรวจสอบกิจการของอีกฝ่ายหนึ่งแล้วเสร็จเป็นที่พอใจ (Due Diligence) การขออนุมัติที่เกี่ยวข้องจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัท ตลอดจนการดำเนินขั้นตอนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ให้แล้วเสร็จ

ทั้งนี้ บริษัทใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้น จะตั้งกองทุนมูลค่าประมาณ 100-200 ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนส่งเสริมผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เน้นการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคในประเทศไทย

6
เครื่องพิมพ์การ์เวียร์ 8 สี ( Gravure Printing Machine ) อธิบายถึงวัสดุที่ใช้ในการผลิตเครื่องจักรของทางบริษัท

เครื่องพิมพ์การ์เวียร์ 8 สี
 ถูกออกแบบมาด้วยผู้เชี่ยวชาญในการพิมพ์โดยเฉพาะและมีประสบการณ์อย่างมาก เครื่องพิมพ์การ์เวียร์ 8 สี
ถูกออกแบบมาเพื่อพิมพ์ถุงพลาสติกโดยเฉพาะสำหรับการพิมพ์ถุงพลาสติกอย่างเช่น PE, PVC, BOPP, OPP และถุงพลาสติกชนิดอื่นๆ.
ไม่ว่าเราจะพิมพ์ถุงพลาสติกแค่ด้านเดียวหรือเราอยากจะพิมพ์ทั้งสองด้านก็ตาม กระบวนการผลิตจะจัดการเพียงแค่ 1 ครั้งที่เราสั่งการ
ซึ่งมีความรวดเร็วเป็นอย่างมาก, เครื่องจักรถูกออกแบบมาให้ทำงานง่ายเหมาะแก่ผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่มีประสบการณ์แล้ว

ใช้วัสดุในการทำเครื่องจักรอย่างดีเพื่อให้เครื่องจักรมีคุณภาพและมีความทนทานให้นานที่สุด เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องจักร
ให้ท่านลูกค้า เครื่องจักรถูกออกแบบมาโดยเฉพาะทางเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่ออกมามีความสมบูรณ์และได้สีตามที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด  ถ้าท่านลูกค้าสนใจสินค้า สามารถติดต่อเข้ามาสอบถามได้ครับ

ติดต่อ :
Email : info@cctgroup.co.th
เบอร์โทรศัพท์ : 0816428557, 0812079977 (คุณสมนึก)
Website : https://www.cctgroup.co.th 

7
พื้นยางฟิตเนส ขนาด 25mm มีคุณภาพ นำเข้าจากต่างประเทศ
พื้นยางปูฟิตเนส ขนาด 50×50 cm ความหนา 25 มิล ผลิตจากวัสดุที่เรียกว่า EPDM ที่ใช้สำหรับรับแรงกระแทกสิ่งของที่มีน้ำหนักเยอะอย่างเช่น ดัมเบลหรือแผ่นน้ำหนัก มีความยืดหยุ่นสูง มีความทนทานและรับแรงกระแทกได้เยอะ ผลิตจากวัตถุดิบอย่างดี ใช้งานได้ทั้งที่ร่มและกลางแจ้ง มีน้ำหนักเบาและกันน้ำได้

ติดต่อ
Facebook : CCT Fitness นำเข้าเครื่องออกกำลังกาย
Tel: 089-750-7380
สนใจชมตัวอย่างสินค้า >> https://goo.gl/maps/RBNaNTLmk8LD3T2A8  พื้นยางปูฟิตเนส

8

หุ้นปิดเช้าบวก 4.97 จุด รับแรงหนุนจากกลุ่มสื่อสาร-ตัวเลขส่งออกไทยดีกว่าคาด ขณะที่กลุ่มพลังงานร่วงหนักตามราคาน้ำมันโลก สำหรับแนวโน้มการลงทุนในภาคบ่ายคาดตลาดจะแกว่งออกด้านข้าง

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ผันผวนในทางบวก ได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มสื่อสารที่มาช่วยประคองไว้ทั้ง DTAC, TRUE, ADVANC ไม่เช่นนั้นดัชนีฯคงติดลบไปแล้ว เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานปรับลงมากตามราคาน้ำมันโลก

นอกจากนี้ Fund Flow ก็ไหลออกจากตลาดบ้านเราไปบ้าง จากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติขายสุทธิกว่า 3 พันล้านบาท และเงินบาทก็อ่อนค่าในช่วงสั้นมาอยู่แถว 32.83 บาท/ดอลลาร์ฯ อย่างไรก็ดี ยังมีแรงหนุนจากตัวเลขส่งออกที่ออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อย ทำให้ตลาดโดยรวมทรงตัว

ส่วนตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบเล็กน้อย หลังจากที่ยังไม่มีประเด็นเด่น และสัปดาห์นี้ยังต้องติดตามประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่

ด้านภาวะตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายครึ่งวันเช้าที่ระดับ 1,650.03 จุด เพิ่มขึ้น 4.97 จุด หรือเปลี่ยนแปลง +0.30% มูลค่าการซื้อขายราว 55,270 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยมีแนวรับ 1,635-1,640 จุด ส่วนแนวต้่าน 1,650 จุด

9

เอลซัลวาดอร์เดินหน้านำกระแสการยอมรับบิตคอยน์ ประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล ประกาศแผนสร้างเมืองบิตคอยน์แห่งแรกของโลก โดยจะมีการออกพันธบัตรบีทีซีมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์เพื่ออัดฉีดโปรเจ็กต์นี้ รวมทั้งซื้อบิตคอยน์เพิ่ม เอลซัลวาดอร์ยังมีแผนใช้พลังงานจากภูเขาไฟทั้งสำหรับเมืองบีทีซีและเหมืองขุดเหรียญ

บูเคเลประกาศแผนการริเริ่มนี้ในงานประชุมบิตคอยน์วีกที่เอลซัลวาดอร์จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (20) เพื่อฉลองโอกาสที่ประเทศยอมรับบิตคอยน์ (บีทีซี) เป็นสกุลเงินกระแสหลักและมีประชาชนให้การสนับสนุนมากขึ้น

บริษัทคริปโตชื่อดังหลายแห่งจะมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาเมืองบิตคอยน์ของเอลซัลวาดอร์ ตัวอย่างเช่น บิตฟิเน็กซ์ และบล็อกสตรีมของอดัม แบล็ก

เปาโล อาร์ดอยโน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค (ซีทีโอ) ของแพล็ตฟอร์มคริปโต บิตฟิเน็กซ์ เผยว่า จะให้การสนับสนุนแผนการริเริ่มเมืองบิตคอย์ของเอลซัลวาดอร์ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์และหลักทรัพย์บิตคอยน์ ซึ่งต่อไปจะกลายเป็นฮับสำหรับการนำเสนอสินทรัพย์ดิจิตอลของท้องถิ่นและต่างชาติ รวมทั้งจะพัฒนากฎระเบียบควบคุมสินทรัพย์และหลักทรัพย์ดิจิตอลสำหรับเอลซัลวาดอร์ด้วย

อาร์ดอยโนสำทับว่า เอลซัลวาดอร์ บิตฟิเน็กซ์ และบล็อกสตรีมกำลังร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์

ทางด้านบูเคเลเปิดเผยวิสัยทัศน์ว่า เมืองบิตคอยน์ซึ่งจะมีลักษณะเป็นวงกลม จะเป็นเมืองที่สมบูรณ์มีทั้งย่านที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ท่าเรือ สนามบิน บริการรถไฟ ยิ่งไปกว่านั้นผู้อยู่อาศัยในเมืองนี้ยังไม่ต้องเสียภาษีใดๆ นอกจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะนำไปลงทุนในบิตคอยน์ ส่วนที่เหลือจะเป็นงบประมาณสำหรับโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะและการบำรุงรักษาเมือง นอกจากนั้นเมืองบิตคอยน์จะมีค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์

แซมซัน โม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยของบล็อกสตรีม แจงว่า พันธบัตรบิตคอยน์ที่จะใช้ชื่อว่า “พันธบัตรภูเขาไฟ” มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์จากทั้งหมด 1,000 ล้านดอลลาร์ จะนำไปซื้อบิตคอยน์เพิ่ม และอีกครึ่งหนึ่งใช้สำหรับโครงสร้างพื้นฐานของเมือง และหยอดว่า เอลซัลวาดอร์จะกลายเป็นศูนย์กลางการเงินโลกในอนาคต

บูเคเลเพิ่มเติมว่า จะเริ่มนำพันธบัตรออกขายในปีหน้า นอกจากนั้นเขายังมีแผนสร้างเมืองบิตคอยน์ใกล้ภูเขาไฟกอนซาลัวทางภาคตะวันออกของประเทศ เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานทั้งสำหรับเมืองและเหมืองขุดบิตคอยน์ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีกรอบเวลาที่แน่นอนสำหรับการสร้างเมืองบิตคอยน์

ทั้งนี้ หลังจากเป็นประเทศแรกในโลกที่ยอมรับบิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ได้นำกำไรที่ยังไม่รับรู้กลับไปลงทุนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการ

ตัวอย่างเช่น ต้นเดือนนี้ บูเคเลประกาศว่า จะนำกำไรที่ได้จากบัญชีบิตคอยน์ทรัสต์ของรัฐบาลไปสร้างโรงเรียนใหม่ 20 แห่ง

ย้อนกลับไปเมื่อกลางเดือนตุลาคม รัฐบาลเอลซัลวาดอร์นำกำไร 4 ล้านดอลลาร์ที่ได้จากบิตคอยน์ทรัสต์ไปลงทุนในโรงพยาบาลสัตว์ในกรุงซานซัลวาดอร์ แม้มีประชาชนบางส่วนไม่เห็นด้วยโดยบอกว่า การลงทุนในสถานพยาบาลสำหรับคนมีความจำเป็นเร่งด่วนกว่าก็ตาม

10
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เป็นที่ทราบกันดีว่าตลาดอสังริมทรัพย์หดตัวอย่างหนัก บรรยากาศซื้อขายที่อยู่อาศัยเงียบเหงาอย่างผิดหูผิดตา เมื่อเทียบกับตลาดในช่วงปี 2561 และปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่ตลาดอสังหาฯ ไทยคึกคักมากที่สุดในรอบ 20 ปีก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ตลาดอสังหาฯ ซบเซาอย่างหนัก แม้ว่าผู้ประกอบการอสังหาฯ จะจัดแคมเปญกระตุ้นการตัดสินใจซื้อลูกค้า ซึ่งมีทั้งการลดราคาขายกว่า 30-40% แจกของแถมมูลค่าสูงๆ แต่ปัจจัยลบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้ต้องมีการล็อกดาวน์ประเทศ ภาวการณ์หดตัวเศรษฐกิจในประเทศ รวมไปถึงการเข้มงวดปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน และการหดตัวของกำลังซื้อผู้บริโภคทำให้ตลาดในช่วง 2 ปีทีผ่านมาตลาดไม่มีวี่แววฟื้นตัวกลับมา

อย่างไรก็ตาม ความหวังของผู้ประกอบการอสังหาฯ ไม่เคยหมดไปเพราะต่างเชื่อมั่นว่าเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มลดลงจนกลับมาควบคุมได้ จะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของกำลังซื้อและความเชื่อมั่นทั้งในฝั่งของบริษัทอสังหาฯ และผู้บริโภค ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าในช่วงปลายปี 2564 นี้ตลาดอสังหาฯ จะทยอยฟื้นตัวกลับมาได้ เนื่องจากจำนวนการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 จะเพิ่มมากขึ้นจนถึงระดับเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ภายในประเทศ จากการคาดการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทอสังหาฯ ต่างตั้งหน้าตั้งตารอสัญญาณบวก และภาวการณ์ฟื้นตัวของตลาดกลับมากอีกครั้ง

และดูเหมือนว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 นี้ สัญญาณบวกและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงการฟื้นตัวในตลาดอสังหาฯ จะเริ่มชัดเจนมากขึ้น ทำให้ในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นไตรมาสสุดท้ายของปีตลาดมีแนวโน้มกลับมาคึกคักอีกครั้ง แม้ว่าในฝั่งของผู้บริโภคนั้นกำลังซื้อจะยังไม่ฟื้นตัวกลับมาทั้งหมด แต่เมื่อดูจากแนวโน้มของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแล้วคาดว่าในปี 2565 นี้ กำลังซื้อในฝั่งของผู้บริโภคจะกลับมาชัดเจนมากขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อการขยายตัวในตลาดอสังหาฯ หรือมีสัญญาณที่ชัดเจนกลับมาให้เห็น

สุรเชษฐ กองชีพ
สุรเชษฐ กองชีพ

นายสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จรัดการ บริษัท ฟีนิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด กล่าวว่า ปัจจัยบวกที่เป็นเหมือนสัญญาณดีๆ หลายอย่างมีผลให้ผู้ประกอบการเริ่มขยับเปิดขายโครงการที่อยู่อาศัยใหม่มากขึ้น โดยในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2564 เห็นได้ชัดเจนเลยว่า ผู้ประกอบการบางรายมีการประกาศเปิดขายโครงการใหม่โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมที่เริ่มเห็นว่ามีการเปิดขายโครงการใหม่มากขึ้นมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 แล้ว ในขณะที่โครงการบ้านจัดสรรยังคงเป็นประเภทโครงการที่อยู่อาศัยที่ผู้ประกอบการเลือกเปิดขายในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัจจัยหรือสัญญาณบวกที่มีให้เห็นและผู้ประกอบการคาดหวังว่าจะมีผลให้ภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นคือ

1.จำนวนคนฉีดวัคซีนในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ 2.จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันที่ลดลงต่อเนื่อง แม้ว่าจะยังมีจำนวนสูงอยู่ก็ตาม 3.การปลดล็อกดาวน์ของหลายธุรกิจ และกิจกรรมช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศที่มากขึ้น 4.การเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติจาก 63 ประเทศที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดสามารถเข้าประเทศไทยได้โดยที่ไม่ต้องกักตัว 5.การปลดล็อก LTV สำหรับบ้านหลังที่สอง กระตุ้นกำลังซื้อในกลุ่มที่มีความพร้อม และ 6.กิจกรรมทางการตลาดหรือกิจกรรมที่ต้องจัดให้คนจำนวนมากเข้าร่วมสามารถกลับมาทำได้อีกครั้งภายใต้มาตรการป้องกัน

ปัจจัยบวกหรือสัญญาณดีๆ ทั้ง 6 ปัจจัยนี้มีผลให้ผู้ประกอบการคาดหวังว่าเศรษฐกิจของประเทศจะเริ่มมีทิศทางที่เป็นบวกมากขึ้น โดยเฉพาะในปี 2565 ซึ่งหลายฝ่ายแสดงความมั่นใจว่าเศรษฐกิจในปี 2565 จะดีกว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาแน่นอน การมีนักท่องเที่ยวต่างชาติในหลายเมืองท่องเที่ยวนับเป็นสัญญาณที่ดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยที่พึ่งพากำลังซื้อจากต่างชาติแม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะยังน้อยมากเมื่อเทียบกับก่อนเกิดโควิด-19 แต่ยังดีกว่าไม่มีเลย เพราะต้องให้เวลาในการตัดสินใจเดินทางเข้ามาในประเทศไทยของชาวต่างชาติด้วย

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมองถึงปีหน้ามากกว่าที่จะคาดหวังว่าปีนี้จะสร้างรายได้หรือมีผลประกอบการที่ดี โดยโครงการต่างๆ ที่เปิดขายในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้เป็นการเปิดขายที่ผู้ประกอบการคาดหวังว่าสามารถทำกิจกรรมต่อเนื่องได้ถึงปีหน้า ไม่ได้คาดหวังว่าต้องปิดการขายหรือมีอัตราการขายที่สูงภายในปีนี้ และยังคงต้องระวังกันต่อเนื่อง เพราะปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวไปแล้วยังไม่มีผลต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจแบบชัดเจน แค่สร้างแรงกระเพื่อมในระบบเท่านั้น 

แต่ถ้าจำเป็นต้องล็อกดาวน์อีกครั้ เพราะผู้ติดเชื้อมากขึ้น หรือเพราะโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ก็จะเป็นการซ้ำเติมระบบเศรษฐกิจประเทศมากกว่าเดิม ผู้ประกอบการจึงยังเลือกที่จะเปิดขายโครงการแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมที่ต้องเลือกทำเล รูปแบบโครงการอย่างพิถีพิถันก่อนที่จะเปิดขายโครงการ และทยอยเปิดไล่ๆ กันไป ไม่ใช่การเปิดขายแบบพร้อมๆ กันทีละหลายโครงการอีกแล้ว



รายงานข่าวจาก บริษัท เสนาดี เวลลอปเม้นทท์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ เสนาฯ มีแผนจะเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งโครงการแนวราบ และแนวสูง โดยจะเปิดตัวโครงการแนวราบ 2 โครงการ รวมมูลค่า 2,356 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการเสนา วิลเลจ รามอินทรา กม.9 และโครงการ เสนา เวล่า เทพารักษ์-บางบ่อ ส่วนโครงการแนวสูงจะเปิดตัว 6 โครงการ รวมมูลค่า 3,133 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวคอนโดแบรนด์ “เสนาคิทท์” ซึ่งเป็นไฟติ้งแบรนด์ของเสนาฯ ในปีนี้ ประกอบด้วย เสนาคิทท์ บีทีเอส สะพานใหม่ เสนาคิทท์ เอ็มอาร์ที บางแค เสนาคิทท์ ศรีด่าน โครงการ SENA ECO Town รังสิต สเตชั่น โครงการ นิช โมโน พระราม 9 และโครงการเฟล็กซี่สาทร–เจริญนคร เป็นโครงการที่เทกโอเวอร์เข้ามาพัฒนาต่อ

เมื่อนับรวมโครงการเปิดใหม่ทั้งแนวมราบและแนวสูงจะทำให้ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เสนาฯ มีโครงการเปิดใหม่ทั้งสิ้น 8 โครงการ โดยโครงการทีเปิดตัวในไตรมาส 4 นี้ ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เลื่อนเปิดขายมาจากกำหนดการเดิมที่จะเปิดขายในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ที่ผ่านมา โดยโครงการที่นำมาเปิดขายในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่มีความพร้อมที่จะเปิดขายอยู่แล้ว โดยเฉพาะโครงการที่จับกลุ่มตลาดกลาง-ล่าง แต่รอจังหวะและสัญญาณที่ดีจากตลาด ซึ่งหลังจากมีการปลดล็อกดาวน์เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และปลดล็อกมาตรการ LTV จึงเป็นช่วงเหมาะที่จะนำโครงการที่มีความพร้อมกลับมาเปิดตัวในช่วงปลายปี 2564 นี้



นอกจากค่ายเสนาฯ แล้ว บริษัท ออริจิ้น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งบริษัท มีการเปิดตัวโครงการใหม่หลายโครงการพร้อมๆ กันในช่วงไตรมาส 4 โดยมีการเปิดตัวโครงการใหม่มากถึง 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 6,295 ล้านบาท ซึ่งตามแผนธุรกิจออริจิ้นฯ จะแบ่งการเปิดตัวโครงการใหม่เป็นคอนโดมิเนียม 3 โครงการมูลค่าโครงการรวม 1,695 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการออริจิ้นเวลเนส เรสซิเดนซ์ แบริ่ง 2.ออริจิ้น เวลเนส เรสซิเดนซ์ รามอินทรา 3.บริกซ์ตันเกษตร ศรีราชา แคมปัส และโครงการบ้านจัดสรร 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 4,600 ล้านบาท ประกอบด้วย1.โครงการไบรตัน บางปะกง 2.บริทาเนีย แพรกษาสเตชั่น 3.บริทาเนีย ติวานนท์-ราชพฤกษ์ 4.แกรนด์ บริทาเนีย พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา 5.แกรนด์ บริทาเนีย นนทบุรี สเตชั่น 6.แกรนด์บริทาเนีย สุวรรณภูมิ



ขณะที่ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) คืออีกหนึ่งค่ายอสังหาฯ ประกาศปูพรมเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายรวดเดียว 12 โครงการ มูลค่ารวม 8,570 ล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์โฮม 9 โครงการ มูลค่ารวม 5,010 ล้านบาทด้วยจุดขาย “พลิกแนวคิดชีวิตแนวตั้ง” กับทาวน์โฮมแบรนด์บ้านกลางเมือง ประกอบด้วย โครงการบ้านกลางเมือง The Edition พหลโยธิน-รามอินทรา มูลค่า 630 ล้านบาท,บ้านกลางเมือง สุขุมวิท-อ่อนนุช มูลค่า 650 ล้านบาท

โครงการทาวน์โฮมภายใต้แบรนด์พลีโน่ประกอบด้วย โครงการแกรนด์ พลีโน่ พหลฯ-วิภาวดี มูลค่า 1,120 ล้านบาท พลีโน่ ปิ่นเกล้า-จรัญฯ 2 มูลค่า 270ล้านบาท พลีโน่ ปิ่นเกล้า-จรัญฯ 3 มูลค่า300 ล้านบาท แกรนด์ พลีโน่ บางนา-อ่อนนุช มูลค่า 410 ล้านบาท พลีโน่ ราชพฤกษ์-สาทร มูลค่า 560 ล้านบาท พลีโน่ วิภาวดี-ดอนเมือง มูลค่า 890 ล้านบาท และโครงการบ้านเดี่ยวแบรนด์เซนโทร 3 โครงการใหม่ ซึ่งย้ำจุดยืน “บ้านที่เข้าใจชีวิต” มูลค่า 3,560 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการ เซนโทร ปิ่นเกล้า มูลค่า 1,620 ล้านบาท, เซนโทร ดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ มูลค่า 1,100 ล้านบาท และโครงการ เซนโทร บางนา-ศรีนครินทร์ มูลค่า 840 ล้านบาท



ส่วน บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งแม้ในช่วงปลายปีนี้จะไม่มีโหมดเปิดโครงการใหม่พร้อมกันหลายโครงการ แต่ ศุภาลัยฯ ถือเป็นค่ายที่เดียวที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ในทุกๆ ไตรมาสตามแผนธุรกิจที่มีการประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปี โดย ในช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เปิดตัวศุภาลัย พรีเมียร์ สามเสน-ราชวัตร คอนโดมิเนียม High Rise ใจกลางเมือง และล่าสุด เปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวลักชัวรีภายใต้แบรนด์ใหม่ “เอเลแกนซ์” บนทำเลบนถนนบรมราชชนนี มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท หลังจากสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 มีสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้น

“หากเทียบจำนวนการเปิดัวโครงการใหม่กับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 และจำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่ในสปลายปีนี้ถือว่ามีจำนวนไม่มาก แต่หากเทียบกับไตรมาส 4 ปีก่อน และทุกๆ ไตรมาสที่ผ่านมาของปี 2564 ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ถือว่ามีจำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่มากเป็นพิเศษ ซึ่งน่าจะเกิดจากปัจจัยบวกไม่ว่าจะเปิดการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ การปลดล็อกดาวน์ทั่วประเทศ และการปลดล็อกดาวน์ LTV ทั้งนี้ แม้ว่าปัจจัยบวกต่างๆ ที่เข้ามาจะไม่ชัดเจนมากแต่เป้นสัญญาณบวกที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต่างรอคอยอยู่ ดังนั้น เมื่อสัญญาณตลาดและแนวโน้มตลาดเป็นใจจึงทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่รอจังหวะการเปิดโครงการใหม่กลับมาทำตลาดได้อย่างเต็มที่ในช่วงปลายปีนี้” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

11
รับดูดวง ออนไลน์ด้วยระบบใหม่ที่แม่นยำ พบกับ ศาสตร์แม่ๆใน www.มาหาหมอดู.comศาสตร์แห่งชะตาฟ้า ศาสตร์แห่งชะตาคน และศาสตร์แห่งชะตาดิน สอดคล้อง หรือขัดแย้งกัน
Quote
หากขัดแย้งกัน จะเกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น
//การงานไม่รุ่งเรือง//การเงินขัดสนไม่พอใช้//ความรักแตกแยก//สุขภาพย่ำแย่//ไม่ประสบความสำเร็จ//ชีวิตล้มเหลว//มีแต่เหตุเดือดร้อน//แต่ถ้าสอดคล้องกัน//ชีวิตจะเจริญรุ่งเรือง และประสบความสำเร็จ//วิเคราะห์ชะตาฟ้า ชะตาคน และชะตาดินฟรี เพียง//สมัครสมาชิกเว็บ https://www.hora5g.com/   แจ้งวันเดือนปีเกิด เวลาตกฟากช่องทางการติดต่อ หรือเว็บไซต์ : www.มาหาหมอดู.com

12
คอหนังห้ามพลาด!! เว็บดูหนังฟรี 24 ชั่วโมง อัพเดตหนังใหม่ หนังดังดูฟรี ไม่มีกระตุก หนังออนไลน์ ภาพและเสียงชัด 

แนะนำเว็บหนัง ครบจบในเว็บเดียว ซีรี่ย์ หนังดัง หนังใหม่ การ์ตูน เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ดูหนังออนไลน์ฟรี กับ เว็บหนังออนไลน์ movie007hd

ใครที่ชื่นชอบการดูหนังต้อง เว็บหนังออนไลน์ฟรี movie007hd ดูหนังฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย รวมหนังทุกแนว พากย์กไทย ซับไทย ดูง่าย ไม่มีหลุดแน่นอน

สายหนัง สายซีรี่ย์ ห้ามพลาด เว็บดูหนังฟรี อัพเดทหนังใหม่ รวมหนังมาแรง และ หนังชนโรง 2021 หนังคุณภาพชัด HD การ์ตูน หนังต่างประเทศและหนังไทย อัพเดททุกวัน 

ใครที่กำลังตามหา เว็บดูหนังฟรี เราอยากแนะนำเว็บ movie007hd รวมหนังไว้เยอะที่สุด หนังมาใหม่ รีวิวหนัง อัพเดตทุกเรื่อง ทุกตอน หนังออนไลลน์ ไม่มีค่าใช้จ่าย ดูหนังฟรี 

เว็บหนังหนังออนไลน์ หนังทุกแนว ทุกประเภท หนังดี หนังดัง ที่คุณห้ามพลาด เว็บหนังดูฟรี ไม่ต้อง้สียเวลาไปที่โรง

อัพเดตหนังก่อนใคร กับเรา movie00hd เว็บหนังฟรี รวมหนังทั่วโ,กไว้ในเว็บเดียว หนังใหม่ ซีรี่ย์ดัง ที่คุณจะไม่พลาดความสนุกทุกวินาที กับเรา หนังออนไลน์ 

Facebook :: https://www.facebook.com/nungdee007/

Tags :: ดูหนัง,ดูหนังออนไลน์ฟรี,เว็บดูหนัง,หนังออนไลน์,ดูหนังชนโรง









13
แบงก์ชาติให้คิดดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านบวก2%ต่อปีหนุน'รวมหนี้'ข้ามสถาบัน ลดเสี่ยงด้านเครดิต มีผลใช้บังคับ 1ม.ค. 65-31ธ.ค.66ด้านแบงก์แบ่งรับแบ่งสู้ห่วงรับเสี่ยงเข้ามาอยู่ในพอร์ตและลดดอกเบี้ยไปแล้วถ้าลูกหนี้ผ่อนไม่ไหวอีกจะเป็นเอ็นพีแอลทั้ง3บัญชี

ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้ออกมาตรการแก้หนี้ระยะยาวเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2564เพื่อให้มีการช่วยเหลือลูกหนี้ทุกประเภทที่ได้รับผลกระทบผ่านการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืนรวมถึงส่งเสริมให้ลูกหนี้สามารถรักษาสภาพคล่องเดิมและได้รับสภาพคล่องใหม่

 

 ธปท.ได้ออกหนังสือเวียน (เมื่อวันที่ 16พ.ย.2564)ให้กับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง     สถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่ง     บริษัทที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงินทุกแห่ง    บริษัทที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงินทุกแห่ง เรื่องแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อโควิด-19(มาตรการแก้หนี้ระยะยาวด้วยการรีไฟแนนซ์หรือrefinance และการรวมหนี้หรือDebt Consolidation)

 



ทั้งนี้ หนังสือฉบับดังกล่าวระบุว่า การออกหนังสือฉบับนี้เพื่อ1.กำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่เรียบเก็บค่าปรับจากการไถ่ถอนสินเชื่อก่อนครบกำหนด( pre payment fee)สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับและสินเชื่อรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพภายใต้การกำกับเป็นการชั่วคราวเพื่อลดข้อจำกัดในการทำรีไฟแนนซ์และสนับสนุนการรวมหนี้เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีหลักเกณฑ์ของธปท.กำหนดห้ามเรียกเก็บค่าปรับจากการไถ่ถอนสินเชื่อก่อนครบกำหนดสำหรับสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันและสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล

2.ปรับปรุงแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายย่อยด้วยวิธี Debt Consolidation ระหว่างสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นโดยขยายขอบเขตให้สามารถรวมหนี้ระหว่างสถาบันการเงินและหรือผู้ประกอบธุรกิจได้จากเดิมที่สามารถรวมหนี้ได้เฉพาะหนี้ภายในสถาบันการเงินเดียวกันตามมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยในช่วงสถานการณ์ระบาดของโควิชระยะที่ 3(เมื่อ 14พ.ค.2564)อีกทั้งยังได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเพิ่มเติมด้วย

 

 


การช่วยเหลือลูกหนี้ครอบคลุมทุกมิติและช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระดีหรือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ธปท.เห็นว่าการสนับสนุนให้เกิดการรีไฟแนนซ์ระหว่างสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจจะผลักดันให้เกิดการแข่งขันในธุรกิจการให้สินเชื่อซึ่งจะส่งผลให้การกำหนดอัตราดอกเบี้ยสะท้อนต้นทุนและความเสี่ยงที่แท้จริงของลูกหนี้กลุ่มลูกหนี้หรือลักษณะสินเชื่อมากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้

 

ขณะเดียวกันการรวมหนี้หรือ Debt Consolidation ระหว่างสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นจะช่วยให้ลูกหนี้สามารถใช้ประโยชน์จากที่อยู่อาศัยที่เป็นหลักประกันในการบรรเทาภาระดอกเบี้ยและการผ่อนค่างวดในระยะยาวและสถาบันการเงินได้ประโยชน์จากความเสี่ยงด้านเครดิตที่ลดลง

 

แหล่งข่าวให้ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามออกมาตรการช่วยเหลือออกมาอย่างต่อเนื่อง  ทำให้ธนาคารพาณิชย์มีเครื่องมือในการที่จะช่วยเหลือลูกหนี้หลากหลาย

สำหรับกฎเกณฑ์ส่งเสริมการรวมหนี้ครั้งนี้  เท่าที่ทราบธปท.เพียงประกาศไว้เป็นแนวทางแก่ธนาคารพาณิชย์/ผู้ประกอบธุรกิจนันแบงก์ โดยธปท.ไม่ได้บังคับให้ธนาคารพาณิชย์  /สถาบันการเงินเฉพาะกิจหรือผู้ประกอบธุรกิจนันแบงก์ต้องรวมหนี้แต่อย่างใด

' ที่ผ่านมาเรื่องการรวมหนี้ หรือรีไฟแนนซ์หนี้ภายในแบงก์เดียวกันก็มีผลตอบรับค่อนข้างน้อย    ส่วนการรวมหนี้ระหว่างสถาบันส่วนใหญ่ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะต้องจดจำนองเป็นเจ้าหนี้อันดับที่2 และการเอาหลักประกันส่วนเกินมาเพื่อให้สินเชื่อนั้น  ถ้าต่อไปลูกหนี้ผ่อนไม่ไหวอีกก็จะเป็นNPLทั้งคู่ เท่ากับเรารับความเสี่ยงมาอยู่ในพอร์ต ขณะที่ได้ลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ไปแล้ว'

 

แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวยอมรับว่า  ที่ผ่านมาการรวมหนี้ภายในธนาคารก็ยังไม่เกิดผลในทางปฏิบัติมากนัก หากต้องรวมหนี้ข้ามสถาบันการเงิน เ่ท่ากับสถาบันการเงินเจ้าหนี้เดิมและสถาบันการเงินเจ้าหนี้รายใหม่ที่รับโอนส่วนตัวมองว่าวงเงินผ่อนของลูกหนี้อย่างเท่าเดิม

14
กสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทระหว่างวันที่ 22-26พ.ย. 2564 ที่ระดับ 32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ บล.กสิกรไทยคาดดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,640 และ 1,630 จุด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยแนะติดตาม 4ปัจจัย “ตัวเลขการส่งออกของไทยเดือนต.ค. -ทิศทางเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ -สถานการณ์โควิด-19 ปัจจัยต่างประเทศทั้งเศรษฐกิจสหรัฐ -การประชุมธนาคารกลางเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น  ยูโรโซน และดอกเบี้ย LPR เดือนพ.ย. ของจีน”

 

ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทระหว่างวันที่ 22-26พ.ย. 2564  ที่ระดับ 32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกของไทยเดือนต.ค. ทิศทางเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19

 

ทิศทางค่าเงินบาทและดัชนีหุ้นไทย 22-26พ.ย.64
ทิศทางค่าเงินบาทและดัชนีหุ้นไทย 22-26พ.ย.64



 ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ข้อมูลรายได้/การใช้จ่ายส่วนบุคคล และดัชนี PCE/Core PCE Price Index เดือนต.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย. จีดีพีไตรมาส 3/64 (ครั้งที่ 2) และรายงานการประชุมเฟด (2-3 พ.ย.) นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามการประชุมธนาคารกลางเกาหลีใต้ อัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน รวมถึง PMI ของอังกฤษ ยูโรโซน และสหรัฐฯ เดือนพ.ย. (เบื้องต้น)  ทั้งนี้ เมื่อในวันศุกร์ (19 พ.ย.) เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 32.74 เทียบกับระดับ 32.81 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (12 พ.ย.)


สำหรับบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด(บล.) มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,640 และ 1,630 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,665 และ 1,675 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนต.ค.ของไทย สถานการณ์โควิด-19 ตลอดจนทิศทางเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนี PCE/Core PCE Price Index เดือนต.ค. ข้อมูล PMI เดือนพ.ย. (เบื้องต้น) ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/64 และบันทึกการประชุมเฟด

 

 

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ข้อมูล PMI เดือนพ.ย. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่นและยูโรโซน ตลอดจนการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนพ.ย. ของจีน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,645.06 จุด เพิ่มขึ้น 0.68% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 83,748.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.19% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.71% มาปิดที่ 562.07 จุด 

15
บริษัท ไทยพริ้น อินดัสตรี้ จำกัดดำเนินธุรกิจ รับพิมพ์สิ่งพิมพ์หลายระบบพิมพ์ที่มีระบบพิมพ์รองรับการพิมพ์ได้หลายรูปแบบ อาทิเช่น ระบบพิมพ์ซิลค์กสรีน, ระบบพิมพ์ออฟเซ็ท, ระบบพิมพ์อิงค์เจ็ท และระบบพิมพ์ดิจิตอลออฟเซ็ท เรามีระบบตรวจสอบ QC ทุกขั้นตอนการพิมพ์ก่อนที่จะส่งงานเรามีบริการหลังการขายที่ดี และมีบริการให้คำแนะนำลูกค้า สามารถปรึกษากับโรงพิมพ์เราได้ โดยเราจะบริการลูกค้าโรงพิมพ์เราให้ดีที่สุดตามคำขวัญประจำองค์กรที่ว่า "งานพิมพ์มีคุณภาพ บริการประทับใจ ก้าวไกลสู่มาตรฐานสากล"โทรศัพท์: 02-149-4518โทรสาร: 02-028-8119มือถือ: 081-770-7544, 089-921-4047เว็บไซต์: www.thaiprint.co.thอีเมล: sales@thaiprint.co.th, salesthaiprint@gmail.com 

เรามีประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มาเป็นเวลายาวนาน เรามีความชำนาญในด้านสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวกับสติ๊กเกอร์ทุกชนิด และงานพิมพ์ด้านอื่นๆเรามีให้บริการงานพิมพ์อย่างครบวงจร บริการงานพิมพ์สติ๊กเกอร์ เช่น งานพิมพ์สติ๊กเกอร์กระดาษ, งานพิมพ์สติ๊กเกอร์พีวีซี, งานพิมพ์สติ๊กเกอร์พีพี, งานพิมพ์สติ๊กเกอร์พีอีที, งานพิมพ์สติ๊กเกอร์ฟรอย, งานพิมพ์สติ๊กเกอร์ วอยด์รับประกัน (Sticker Void), งานพิมพ์สติ๊กเกอร์เปลือกไข่ และงานพิมพ์สติ๊กเกอร์อื่นๆ ทุกชนิด บริการงานพิมพ์ฉลากสินค้า, กล่องบรรจุภัณฑ์, ถุงกระดาษ หรืองานพิมพ์วัสดุพิเศษอื่นๆโรงพิมพ์คุณภาพ ได้มาตรฐานสากล ISO 9001:2008 ผลิตสิ่งพิมพ์เกือบทุกชนิดด้วยระบบพิมพ์ออฟเซ็ท ซิลสกรีน และอิงค์เจ็ท 1,440 dpi, 720 dpi ทั้ง Indoor,Outdoor และขายวัสดุและกระดาษทุกชนิด รับตัดตามขนาดที่ลูกค้าต้องการ และงานพิมพ์ทุกชนิด ฉลาก บรรจุภัณฑ์ กล่องใส่สินค้าต่างๆ โบว์ชัวว์ แคตตาล็อค ใบปลิว ด้วยระบบพิมพ์ออฟเซ็ท ซิลสกรีน และอิงค์เจ็ท   โปรโมชั่นพิเศษสุดๆโรงพิมพ์ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2008 กล่องบรรจุภัณฑ์ สบู่ หรือ เครื่องสำอางค์ ขนาดกางออกไม่เกิน A4 (21 x 29.7 ซม.) ใช้วัสดุ กระดาษอาร์ทการ์ด 1 หน้า 350 แกรม (อย่างดี) พิมพ์ออฟเซ็ท 4 สี 1 หน้า +เคลือบลามิเนตด้าน, เงา 1 หน้า ขนาดสำเร็จโดยประมาณ 8.5 x 6.5 x 3.5 ซม. ไดคัทปะกาว ขึ้นรูปกล่องจำนวน 100 ใบ ราคา 24 บาท/ใบ
จำนวน 200 ใบ ราคา 14 บาท/ใบ
จำนวน 300 ใบ ราคา 12.50 บาท/ใบ
จำนวน 500 ใบ ราคา 7.90 บาท/ใบ
จำนวน 1,000 ใบ ราคา 4.90 บาท/ใบ
จำนวน 2,000 ใบ ราคา 4.80 บาท/ใบ
จำนวน 3,000 ใบ ราคา 4.70 บาท/ใบ
จำนวน 4,000 ใบ ราคา 4.60 บาท/ใบ
จำนวน 5,000 ใบ ราคา 4.50 บาท/ใบ
จำนวน 7,000 ใบ ราคา 4.30 บาท/ใบ
จำนวน 10,000 ใบ ราคา 3.75 บาท/ใบ
จำนวน 20,000 ใบ ราคา 3.25 บาท/ใบทำงานตามมาตรฐาน ISO 9001 : 2008 ส่งบรุ๊ฟดิจิตอล ขึ้นตัวอย่างกล่อง ส่งฟรีทั่วประเทศ ทีมงาน ยินดีบริการครับขอเสนอราคางานพิมพ์  ฉลากสินค้า พิมพ์ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด จากญี่ปุ่น มาตรฐาน ISO 9001 : 2008 ส่งฟรีทั่วประเทศ เชิญมาพิสูจน์คุณภาพและการบริการ กันได้เลย** สติ๊กเกอร์กระดาษ พิมพ์พร้อม+ไดคัท : A4 ละ 20 บาท หรือ ตรม.ละ 300 บาท ครับ มาเยอะลดได้ค่ะ** สติ๊กเกอร์ PP หรือ PVC  ขาว พิมพ์พร้อม+ไดคัท : A4 ละ 30 บาท หรือ ตรม.ละ 450 บาท ครับ มาเยอะลดได้ค่ะ** สติ๊กเกอร์ PP หรือ PVC ใส ไม่มีรองขาว พิมพ์พร้อม+ไดคัท : A4 ละ 30 บาท หรือ ตรม.ละ 450 บาท ครับ มาเยอะลดได้ค่ะ** สติ๊กเกอร์ PP หรือ PVC ใส +รองขาว พิมพ์พร้อม+ไดคัท : A4 ละ 200 บาท หรือ ตรม.ละ 3000 บาท  ขั้นต่ำ 2 ตรม. ครับ มาเยอะลดได้ค่ะ** สติ๊กเกอร์ เงินเงา ทองเงา ทองด้าน โฮโลแกรม  พิมพ์พร้อม+ไดคัท : A4 ละ 200 บาท หรือ ตรม.ละ 3000 บาท  ขั้นต่ำ 2 ตรม. ครับ มาเยอะลดได้ค่ะ** 1 ตารางเมตร ได้ 16 ใบ A4 #ส่งฟรีทั่วประเทศ งานคมชัด สวยเนี๊ยบ ตามมาตรฐาน ISO 9001 : 2008 สติ๊กเกอร์เนื้อดีครับเอาไปติดฉลากสินค้าได้เลย งานจะคมเนี๊ยบด้วยเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุด เทคโนโลยีใหม่ จากญี่ปุ่น มาพิสูจน์กันได้(ตรม. ย่อมาจาก ตารางเมตร)สามารถเคลือบเงา เคลือบด้าน ปั๊มเคเงิน เคทอง ปั๊มนูน Sport UV เพิ่มได้ตามความต้องการของท่าน ถ้ามีออกแบบ คิดเพิ่ม 1,000 - 2,000 บาทสามารถพิมพ์ลงวัสดุได้เกือบทุกประเภท งานสวยเนี้ยบ งานรับประกันคุณภาพตามาตรฐานสากล ที่นี่เลยคะสนใจติดต่อได้ที่ คุณกัมพล เพ็ชร์เกษม (เอก)Tel :  081-770-7544, 089-921-4047, 02-149-4518
E-mail : salesthaiprint@gmail.com
Line ID : @thaiprint.co.th (หรือที่ลิงค์ https://line.me/R/ti/p/%40thaiprint.co.th)
Website : www.thaiprint.co.th
Facebook : www.facebook.com/thaiprint.co.thโรงพิมพ์ทั่วไปมีหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน รายละเอียดสติกเกอร์ต่างๆ มีดังนี้
1. สติ๊กเกอร์กระดาษ นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางเพราะจะราคาถูกกว่าชนิดอื่นๆและเหมาะสำหรับติดวัสดุที่ไม่ต้องระวังเปียก และฉลากสินค้าทั่วไป เช่น สติกเกอร์วันหมดอายุ สติกเกอร์โลโก้เล็กๆ สติกเกอร์บาร์โค้ด สติกเกอร์ติดผลไม้ และอื่นๆ อีกมากมายตามความเหมาะสม
2. สติ๊กเกอร์พีวีซี นิยมใช้กับงาน ที่โดนน้ำ ตากฝน ตากแสงแดด ถ้าต้องการความคงทนของสติกเกอร์ แต่จะราคาแพงกว่าสติกเกอร์กระดาษ ใช้สำหรับติด ฉลากสินค้าทั่วไป เช่น สติกเกอร์โลโก้, สติกเกอร์ฉลากสินค้าสำหรับติดถังน้ำมัน, สติกเกอร์แกลอนน้ำมัน, สติกเกอร์ติดรถยนต์หรือรถบรรทุก, สติกเกอร์ติดเครื่องใช้ไฟฟ้า, สติกเกอร์ติดกระจก, สติกเกอร์โฆษณาทั่วไป, สติกเกอร์ติดแก้วน้ำ และอื่นๆอีกมากมายตามความเหมาะสม
3. สติ๊กเกอร์พีพี นิยมใช้กับงานที่โดนน้ำ และความคงทนของสติกเกอร์สูง แต่ราคาจะแพงกว่าสติกเกอร์ พีวีซี ใช้สำหรับติดฉลากสินค้าทั่วไปประเภท สติกเกอร์ติดขวดแชมพู สติกเกอร์ติดขวดครีมนวด สติกเกอร์ติดขวดครีมทาหน้าส่วนใหญ่จะใช้กับสินค้าราคาสูงเพราะเนื้อสติกเกอร์จะมีความเรียบเนียนและสวยงามกว่าสติกเกอร์ทั่วไป
4. สติ๊กเกอร์พีอีที นิยมใช้กับงานลักษณะที่ต้องติดทนกับความร้อน และต้องการความคงทนคุณภาพสูง แต่ราคาจะแพงกว่าสติกเกอร์ทั่วไปพอสมควร ใช้ทำฉลากสินค้าประเภทติดเครื่องใช้ไฟฟ้าในจุดที่มีอุณหภูมิสูงหรือติดกับสินค้าทั่วไปที่มีอุณหภูมิสูงหรือต้องทนต่อความร้อนและน้ำ สามารถโดนน้ำได้ 100 % และทนความร้อนได้ประมาณ 140-200องศาเซลเซียส
5. สติ๊กเกอร์กันปลอม เช่น สติกเกอร์ Void กันปลอมสีเงินเงาและเงินด้านไม่มีลายแต่เวลาลอกแล้วจะทิ้งคราบคำว่า VOID เอาไว้กันปลอมเปลือกไข่ ฉีกแล้วจะเป็นเศษแตกๆเหมือนเปลือกไข่กันปลอมลายเลเซอร์ "void if remove" เวลาลอกออก จะทิ้งคราบคำว่า void if remove เวลาโดนไฟส่องจะเป็นรุ้งๆ เหมาะสำหรับสินค้าราคาสูง
6. สติ๊กเกอร์สูญญากาศ นิยมใช้ติดกับกระจกรถยนต์ ทำเป็นบัตรอนุญาติจอดรถ หรือติดกระจกโฆษณาทั่วไปสามารถโดนน้ำได้แต่ส่วนใหญ่จะไม่ติดในสถานที่ที่โดนน้ำสามารถทนความร้อน ได้ประมาณ 40-60 องศาเซลเซียสข้อดีของติดสติ๊กเกอร์
การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเป็นปัญหาที่ระดับสากลให้ความสำคัญในทศวรรษนี้ ทุกภาคส่วนจึงเริ่มให้ความสำคัญกับระบบการพิมพ์ที่ป้องกันการปลอมแปลง เราจึงอยากจะแนะนำระบบการพิมพ์และเทคนิคการพิมพ์ของสติ๊กเกอร์ที่สามารถป้องกันการปลอมแปลง เพื่ออาจจะเหมาะกับงานในกิจการของท่าน ขอแนะนำให้รู้จักและมีเนื้อหาพอที่จะเข้าใจได้ดังต่อไปนี้การพิมพ์สติ๊กเกอร์ด้วยหมึกแบบต่างๆ
งานพิมพ์กับวัสดุหมึกเรืองแสงอุลตราไวโอเล็ตภายใต้แสงอุลตราไวโอเล็ต (ช่วงความยาวคลื่น 200-400 นาโนเมตร) หมึกน้ำมันจะสามารถเปล่งแสง (ช่วงความยาวคลื่น 400-800 นาโนเมตร) หมึกน้ำมันเรืองแสงอุลตราไวโอเล็ตช่วงความยาวของแสงที่เปล่งออกมาจะไม่เท่ากัน แบ่งออกเป็นแสงช่วงสั้นและช่วงยาว แสงที่เปล่งออกมาช่วงความยาว 254 นาโนเมตร เรียกว่า หมึกน้ำมันอุลตราไวโอเล็ตช่วงสั้น แสงที่เปล่งออกมาช่วงยาว 365 นาโนเมตร เรียกว่า หมึกน้ำมันแสงอุลตราไวโอเล็ตช่วงยาว อย่างหลังนี้จะเป็นที่นิยมมากกว่า พิจารณาตามการเปลี่ยนแปลงของสี สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือไม่มีสี, มีสี, เปลี่ยนสี ประเภทไม่มีสีสามารถปรากฏเป็นสีแดง, เหลือง, เขียว, น้ำเงิน ฯลฯ ประเภทมีสีสามารถทำให้สีเดิมดูสดขึ้น ประเภทเปลี่ยนสีสามารถทำให้สีหนึ่งกลายเป็นอีกสีหนึ่งได้ งานประเภทธนบัตร ตั๋วเงินธนาคาร และใบเสร็จรับเงินทางด้านภาษี ต่างก็ใช้ระบบการพิมพ์วิธีนี้การพิมพ์ประเภทใช้หมึกน้ำมันที่สามารถเปลี่ยนสีเมื่อสัมผัสกับแสงอาทิตย์หมึกน้ำมันชนิดนี้ เป็นวัตถุดิบที่สกัดมาจากยางของต้นไม้ พร้อมกับเทคนิคการผสมทางด้านเคมีที่สลับซับซ้อน ค่อนข้างยากมากในการผลิตสีชนิดนี้ เมื่อทำเครื่องหมายใว้บนสติ๊กเกอร์แล้วนำไปส่องกับแสงอาทิตย์หลังจากนั้น 2-5 วินาที จากเดิมมองด้วยตาเปล่าไม่ปรากฏสีบนสติ๊กเกอร์มาก่อน จะสามารถมองเห็นเป็นสีเขียว, สีแดง, สีม่วง หรือสีน้ำเงิน เมื่อเลือกใช้สีใดกับหมึกน้ำมัน เพื่อที่จะป้องกันการปลอมแปลงกับงานพิมพ์สติ๊กเกอร์แล้ว วิธีการตรวจสอบ คือ นำสติ๊กเกอร์ที่พิมพ์เรียบร้อยแล้วไปสัมผัสกับแสงอาทิตย์ (หรือแสงอุลตราไวโอเล็ต 365 นาโนเมตร) จะปารกฎสีที่ซ่อนอยู่ภายใน 2-20 วินาที หลังจากหลบแสงแล้วสีที่ซ่อนอยู่ภายในสติ๊กเกอร์จะค่อยๆ จางหายไป เมื่อทดสอบ หรือกระทำซ้ำใหม่ ก็จะได้ผลเช่นเดิมตามที่ปรากฎมาแล้วการพิมพ์ประเภทหมึกเปลี่ยนสีตามความชื้นการพิมพ์ประเภทหมึกเปลี่ยนสีตามความชื้น แบ่งได้เป็น 1.สามารถเปลี่ยนสีตามความชื้น หลังจากโดนความชื้นแล้ว (หยดน้ำหรือละอองน้ำ) สีที่ปรากฎอยู่เดิมจะเปลี่ยนเป็นไม่ปรากฎสี หลังจากความชื้นจางหายแล้ว จะกลับไปปรากฎเป็นสีเดิม จะมีสีขาว-ไม่ปรากฎสี 2.เปลี่ยนไปตามสภาพความชื้นแล้วไม่สามารถเปลี่ยนกลับเมื่อความชื้นกลับสู่ปกติ รูปภาพ หรือตัวหนังสือที่ใช้หมึกประเภทนี้พิมพ์ออกมา หลังจากโดนความชื้นหรือเปียกน้ำแล้ว น้ำหมึกจะค่อยๆ ขยายออกจนทำให้รูปภาพ หรือตัวหนังสือมีลักษณะเลือนลาง หลังจากความชื้น หรือน้ำแห้งแล้ว สีที่ขยายตัวจะไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ งานพิมพ์ที่ใช้หมึกประเภทนี้พิมพ์จะไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ใช้สำหรับทดสอบแบตเตอรี่ของโทรศัพท์เคลื่อนที่, เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ เพื่อทดสอบว่า โดนความชื้น (น้ำ) หรือไม่งานพิมพ์ประเภทหมึกที่สามารถเปลี่ยนสีตามความเข้มของแสงที่เปลี่ยนไปหมึกประเภทที่สามารถเปลี่ยนสีตามความเข้ม และมุมของแสงที่เปลี่ยนไปเป็นหมึกที่ยากต่อการปลอมแปลงมากที่สุดในปัจจุบัน วัสดุที่นำมาพิมพ์จะปรากฎสีเป็นคู่ เช่นแดง-เขียว, เขียว-น้ำเงิน, ทอง-เงิน เป็นต้น หากมองด้วยสายตาในแนวตรง หรือด้านข้างภายใต้แสงไฟสีขาว สามารถมองเห็นสีของหมึกจะปรับเปลี่ยนไปตามมุมมองของสายตา จะมองเห็นปรากฏเป็นสีสองสีที่ไม่เหมือนกัน สีที่เปลี่ยนไปสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และการเปลี่ยนแปลงของสีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือใดๆ มาทดสอบสีที่ว่านี้ สีจะเปลี่ยนแปลงไปตามมุมมองของสายตา ไม่มีเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ใดๆ มาทำการปลอมแปลงหมึกชนิดนี้ได้ มันเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ระดับโลกที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะขั้นตอนการผลิตหมึกค่อนข้างยากมีความสลับซับซ้อน และมีต้นทุนที่สูงจึงมีหลายๆ ประเทศในโลกเจาะจงที่จะใช้หมึกชนิดนี้เพื่อทำการพิมพ์ธนบัตร หรือคูปองที่มีค่าต่างๆ อีกทั้งในโรงงานอุตสาหกรรมระดับใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงก็ได้เลือกใช้หมึกประเภทนี้ในการพิมพ์สติ๊กเกอร์ใช้กับการบรรจุ.บห่อผลิตภัณฑ์งานพิมพ์ประเภทหมึกสามารถเปลี่ยนสีเมื่อช่วงhttps://thaiprint.co.thอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไปหมึกประเภทเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิ (ความร้อน) ที่เปลี่ยนไป เป็นหมึกชนิดใหม่คุณสมบัติของหมึกชนิดนี้ คือ สามารถเปลี่ยนสีได้ตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปหมึกประเภทที่จะปรากฏสี เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนไป และอีกประเภทหนึ่งจะเปลี่ยนจากสีหนึ่งไปเป็นอีกสีหนึ่ง หากดูจากลักษณะภายนอกจะปรากฎเหมือนว่าไม่มีสี แต่หลังจากได้รับความร้อนแล้วจะปรากฎสีให้เห็น และเมื่ออุณหภูมิลดลงก็จะไม่สามารถเปลี่ยนกลับไปเป็นแบบเดิมที่ไม่ปรากฎสีได้ หรือหากเป็นประเภทเปลี่ยนจากสีหนึ่งไปเป็นอีกสีหนึ่ง เมื่อสิ่งพิมพ์ได้รับอุณหภูมิที่สูงขึ้น และได้เปลี่ยนสีไปแล้วเมื่ออุณหภูมิลดลง สีจะไม่สามารถเปลี่ยนกลับไปเป็นสีเดิมได้

 บริษัท ไทยพริ้น อินดัสตรี้ จำกัด (สำนักงานใหญ่)โทร. 02-149-4518 | แฟกซ์: 02-028-8119 | มือถือ: 081-770-7544, 089-921-4047 | อีเมล: sales@thaiprint.co.th, salesthaiprint@gmail.com

Pages: [1] 2 3 ... 25